Our Blog

ความแตกต่างในการผลิตเสื้อผ้า

เรามีบทความดีๆเรื่องความแตกต่างในการผลิตเสื้อผ้ามาแนะนำให้กับท่าน ในปัจจุบันธุรกิจตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องด้วย “เสื้อผ้า” นั้น เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่มนุษย์เราจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นธุรกิจเสื้อผ้าของตลาดเสื้อผ้าใหญ่มากๆ ตั้งแต่ตลาดระดับล่างยันตลาดระดับสูง ความต้องการซื้อของตลาดเสื้อผ้านั้นมีมากมายและหลากหลาย จึงมีผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่พากันสนใจที่จะมาร่วมส่วนแบ่งการตลาดของธุรกิจเสื้อผ้านี้

ผู้ประกอบการผลิตในธุรกิจเสื้อผ้า แบ่งได้ 2 ลักษณะใหญ่ คือ

  • ผู้ประกอบการผลิตเสื้อผ้าแบรนด์แบบเทเลอร์

ผู้ประกอบการผลิตเสื้อผ้าในแบบเทเลอร์นี้ จะเป็นในลักษณะที่เป็นห้องเสื้อหรือร้านตัดเสื้อที่เรามีกันมาตั้งแต่ในอดีต ปัจจุบันอาจจะมีลดน้อยไปตามการเปลี่ยนแปลงของลูกค้าที่นิยมเสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่ก็มีไม่น้อยที่ห้องเสื้อหรือร้านตัดเสื้อผ้านั้นจะยังคงประกอบธุรกิจได้อยู่ และยังเจริญเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะยังมีกลุ่มลูกค้าที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงการซื้อเสื้อผ้า การผลิตในลักษณะนี้ คือการตัดเย็บเสื้อผ้าที่มีขนาดตรงตามรูปร่างของลูกค้า มีรายละเอียดตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งจะแตกต่างกับเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่จะถูกกำหนดขนาดเอาไว้อยู่แล้ว

ข้อดี

  1. กำหนดรายละเอียดของเสื้อผ้าตามความต้องการของลูกค้า
  2. เสื้อผ้าที่ได้จะออกมาพอดีกับรูปร่างของผู้สวมใส่
  3. ควบคุมคุณภาพในการผลิตง่าย

ข้อเสีย

  1. ใช้เวลาในการผลิตช้า
  2. ต้นทุนในการผลิตสูง
  3. ผลิตได้ทีละตัว
  • ผู้ประกอบการผลิตเสื้อผ้าแบบการ์เมนต์

ผู้ประกอบการผลิตเสื้อผ้าแบบการ์เมนต์ มีผู้ประกอบการตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาจะเป็น ในลักษณะเสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่มีขนาดที่สร้างขึ้นตามมาตรฐานของกลุ่มลูกค้าที่เรามุ่งหวัง ผลิตภัณฑ์จึงแตกต่างกับการผลิตแบบตัดเย็บ การตลาดเสื้อผ้าสำเร็จรูปนั้นจะมาขนาดใหญ่กว่า อาจเป็นเพราะพฤติกรรมการเลือกซื้อเสื้อผ้าของลูกค้านั้นเปลี่ยนไป ในปัจจุบันลูกค้าต้องการความสะดวกสะบายและรวดเร็ว สินค้าสำเร็จรูปจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทก์สำหรับลูกค้าในปัจจุบัน ที่มีความสนใจ เพราะมีให้เลือกที่หลากหลาย สามารถเห็นแบบและทดลองใส่ ก่อนตัดสินใจซื้อ ผู้ประกอบการผลิตเสื้อผ้าแบบการ์เมนต์นั้น ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ความแตกต่างในกระบวนการผลิตมีไม่มาก ขึ้นอยู่กับการวางระบบ และกำลังการผลิตของแต่ละผู้ประกอบการมากกว่า การผลิตแบบนี้จะถูกย่อยขั้นตอนออกเป็นแผนกเพื่อความรวดเร็ว ส่วนจำนวนแผนกจะเยอะหรือน้อย ขึ้นอยู่กับแบบของสินค้าที่ลูกค้าสั่งผลิต เน้นผลิตจำนวนมากหลายชิ้นต่อหนึ่งแบบ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต และยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อลดต้นทุนในการผลิตอีกด้วย

ข้อดี

  1. ผลิตได้จำนวนมาก
  2. ใช้เวลาในการผลิตน้อยกว่า
  3. ประหยัดต้นทุน

ข้อเสีย

  1. อาจจะได้ขนาดไม่พอดีกับความต้องการของลูกค้าทั้งหมด
  2. ควบคุมคุณภาพได้ยากกว่าการผลิตแบบตัดเย็บ
  3. ลูกค้าไม่สามารถกำหนดแบบที่ต้องการได้

ดังนั้นธุรกิจเสื้อผ้าก็ยังคงเป็นธุรกิจที่มีความต้องการในท้องตลาดอยู่มาก ด้วยสังคมที่เปลี่ยนไป แฟชั่นก็เริ่มเข้ามาอยู่เรื่อยๆ การแต่งตัวที่หลากหลายมากขึ้น ความต้องการหลากหลายและมากขึ้น จึงทำให้ธุรกิจนี้ดำเนินไปได้อย่างสวยงาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราควรคำนึงถึงคุณภาพสินค้าที่ดีในการผลิตด้วย ไม่เพียงแต่ใช้ของถูกแต่คุณภาพต้องดีตามมาด้วย เพื่อความคุ้มค่าที่สุด